สมาคมประกันชีวิตไทย นำโดย นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย พร้อมด้วย นายสาระ ล่ำซำ อุปนายกฝ่ายการตลาด นายโชน โสภณพณิช เลขาธิการ ผู้บริหารสมาคมฯ และบริษัทประกันชีวิตเข้าร่วมงานแถลงแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569 – 2573) ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ณ ห้อง Prestige Hall โรงแรม Grande Centre Point Prestige Bangkok เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อทราบถึงทิศทางการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569 – 2573) โดยมีเป้าหมายให้ระบบประกันภัยเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเสริมสร้างการบริหารจัดการความเสี่ยงของประเทศ ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่
ยุทธศาสตร์ที่ 1 STABILITY (สร้างความมั่นคง) มุ่งพัฒนาระบบประกันภัยให้มีความแข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และพร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยเน้นการยกระดับการกำกับดูแลแบบรวมกลุ่ม การเพิ่มศักยภาพการรับประกันภัยต่อภายในประเทศ การส่งเสริมธรรมาภิบาลตามกรอบ ESG การป้องกันการฉ้อฉล และการพัฒนาบุคลากรผ่านเครือข่าย Insurance Community
ยุทธศาสตร์ที่ 2 RESILIENCE (สร้างความยืดหยุ่น) มุ่งเสริมศักยภาพการรับมือภัยพิบัติขนาดใหญ่และความเสี่ยงอุบัติใหม่ ผ่านการพัฒนาฐานข้อมูลและผลิตภัณฑ์รองรับภัยธรรมชาติ รวมถึงการส่งเสริมกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการบริหารความเสี่ยงสาธารณะและลดภาระงบประมาณภาครัฐ
ยุทธศาสตร์ที่ 3 INCLUSION (สร้างการเข้าถึง) มุ่งให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงระบบประกันภัย โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัย ผ่านการสร้างความตระหนักด้านการวางแผนการเงินและสุขภาพ การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และช่องทางการจำหน่าย รวมถึงการยกระดับคุณภาพการให้บริการและการจ่ายสินไหมทดแทน
ยุทธศาสตร์ที่ 4 TECHNOLOGY & DATA-DRIVEN (ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและข้อมูล) มุ่งสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ โดยผลักดัน Digital Value Chain การพัฒนาระบบ Open Data การใช้ AI และเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลในรูปแบบ Smart Regulation
ทั้งนี้ สมาคมประกันชีวิตไทย ในฐานะองค์กรกลางของธุรกิจประกันชีวิต มีความพร้อมในการบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงาน คปภ. ตามแนวทางแผนพัฒนาดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงความคุ้มครองที่เหมาะสม มีความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัย และสนับสนุนให้อุตสาหกรรมประกันภัยเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน





