นายจรุง เชื้อจินดา รองผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันชีวิตไทย เข้าร่วมประชุมรับฟังการชี้แจงนโยบายการออกกรมธรรม์ประกันภัยโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Policy) ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ณ ห้องประชุมสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง โดยมี
นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการด้านกำกับธุรกิจประกันภัย สำนักงาน คปภ. เป็นประธานการประชุมเพื่อร่วมกันวางรากฐานการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบประกันภัยอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างสำนักงาน คปภ. สมาคมประกันชีวิตไทย และบริษัทประกันชีวิต เพื่อร่วมพิจารณาประเด็นสำคัญในด้านกรอบนโยบาย ระยะเวลาการดำเนินงาน การขึ้นทะเบียน E-Policy และการทดสอบระบบ Custodian รวมถึงการวางแผนสื่อสารสร้างความรับรู้แก่ประชาชน โดยหัวใจสำคัญของนโยบายนี้คือการผลักดันให้บริษัทประกันภัยทุกแห่งเปลี่ยนจากการใช้กระดาษแบบดั้งเดิมมาเป็นการนำส่งข้อมูลกรมธรรม์ในรูปแบบไฟล์ PDF ทุกผลิตภัณฑ์ รวมถึงกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล กรมธรรม์ประกันภัยรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) เข้าสู่ระบบกลางหรือ Custodian ซึ่งจะช่วยให้ผู้เอาประกันภัยสามารถเข้าถึงข้อมูล ดาวน์โหลด หรือตรวจสอบกรมธรรม์ของตนเองได้สะดวกและรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทางออนไลน์ ลดภาระการจัดเก็บเอกสารและหมดกังวลเรื่องสูญหาย
สำหรับระบบ Custodian นั้น จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการจัดเก็บข้อมูลที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล โดยไฟล์ที่ถูกส่งเข้าสู่ระบบจะมีความมั่นคงปลอดภัยสูง บริษัทประกันภัยไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้หลังจากนำส่งแล้ว เพื่อป้องกันการทุจริตและการปลอมแปลงเอกสารอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การเข้าถึงข้อมูลของผู้เอาประกันภัยจะต้องผ่านการยืนยันตัวตนด้วยกุญแจดิจิทัลส่วนบุคคล (Private Key) หรือผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD เพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด และยังอุ่นใจได้ว่าหากบริษัทประกันเกิดปัญหาทางเทคนิค ข้อมูลกรมธรรม์จะยังคงถูกเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัยที่สำนักงาน คปภ. ตลอดอายุความคุ้มครอง
อย่างไรก็ตาม สำนักงาน คปภ. ได้กำหนดให้ประกาศการขึ้นทะเบียน E-Policy สำหรับธุรกิจประกันชีวิตมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป ซึ่งปัจจุบันภาคธุรกิจประกันชีวิตมีความพร้อมอย่างมาก โดยมีบริษัทที่ตื่นตัวและขึ้นทะเบียนแล้วกว่าร้อยละ 81 ทั้งนี้ สำหรับผู้เอาประกันภัยที่ยังไม่คุ้นเคยกับระบบดิจิทัล ยังคงสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับกรมธรรม์ในรูปแบบกระดาษได้ตามปกติ โดยบริษัทจะพิมพ์เอกสารจากไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ให้ ซึ่งมีผลสมบูรณ์ทางกฎหมายสามารถใช้แทนต้นฉบับได้ทุกประการ เพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะครอบคลุมและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง





