สมาคมประกันชีวิตไทยเผย เบี้ยประกันชีวิตรับรวมไตรมาสแรก ปี 2561 เติบโต 8.22%

สมาคมประกันชีวิตไทยเผย เบี้ยประกันชีวิตรับรวมไตรมาสแรก ปี 2561 เติบโต 8.22%

 

           

          นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์  นายกสมาคมประกันชีวิตไทย  เปิดเผยว่า เบี้ยประกันชีวิตรับรวมไตรมาสที่ 1 ปี 2561(มกราคม-มีนาคม) ทั้งสิ้น 161,674 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 8.22โดยแยกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่จำนวน 46,035ล้านบาท และเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไปจำนวน 115,639ล้านบาท อัตราความคงอยู่ร้อยละ 85

 

          โดยเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ ประกอบด้วย (1) เบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกจำนวน 24,585ล้านบาท และ (2) เบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียวจำนวน 21,450ล้านบาท

 

          สำหรับเบี้ยประกันชีวิตแยกตามช่องทางการจำหน่าย ไตรมาส 1 ปี 2561ช่องทางที่มีการขยายตัวมากเป็นพิเศษ คือช่องทางธนาคาร โดยมีสัดส่วนร้อยละ 50.64ของเบี้ยประกันชีวิตรับรวม รองลงมาเป็นการขายผ่านตัวแทนประกันชีวิต สัดส่วนร้อยละ 41.54รายละเอียดดังนี้

 

          อันดับ 1 การขายผ่านธนาคาร จำนวน 81,880ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 50.64หรือเติบโตขึ้นร้อยละ 13.12 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา

          อันดับ 2 การขายผ่านตัวแทนประกันชีวิต จำนวน 67,166ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 41.54หรือเติบโตขึ้นร้อยละ 1.78

          อันดับ 3 การขายผ่านช่องทางการตลาดแบบตรง 3,556ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 2.20หรือเติบโตลดลงร้อยละ 11.85

          อันดับ 4 การขายผ่านช่องทางอื่นๆ 9,073ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 5.61หรือเติบโตขึ้นร้อยละ 29.63

 

          เบี้ยประกันชีวิตแยกตามช่องทางการจำหน่าย ช่องทางธนาคาร สามารถขึ้นมาครองสัดส่วนการตลาดเป็นอันดับ 1 ในไตรมาส 1 ปี 2561 เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบจ่ายครั้งเดียว (Single Premium) ที่ขายผ่านช่องทางธนาคารมากขึ้น ประกอบกับการขายผ่านช่องทางอื่นๆ ที่มีสัดส่วนทางการตลาดเพิ่มมากขึ้นและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่องทางหนึ่งในนั้น ก็คือช่องทางออนไลน์ ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเพิ่มมากขึ้น

 

          นายกสมาคมประกันชีวิตไทย  กล่าวเพิ่มเติมว่าอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตที่เติบโตอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นผลมาจากปัจจัยสนับสนุนที่เอื้อต่อธุรกิจประกันชีวิตหลายประการ อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายอย่างต่อเนื่อง การมุ่งเน้นสู่ความเป็นเลิศในการให้บริการทุกๆ ด้าน การประชาสัมพันธ์ทุกสื่อเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบประโยชน์ของการทำประกันชีวิต การเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุนในการดำเนินงานทุกขั้นตอน เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และประทับใจสูงสุด ซึ่งหน่วยงานกำกับก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันมาตรการต่างๆ ให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจประกันชีวิต ประกอบกับปัจจุบันประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการทำประกันชีวิตและการวางแผนทางการเงินเพิ่มมากขึ้น มีความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการวางแผนชีวิตในวัยเกษียณ แต่อย่างไรก็ตามสำหรับประกันชีวิต ผู้เอาประกันจำเป็นต้องมีวินัยในการชำระเบี้ยประกันภัยอย่างสม่ำเสมอ จนเมื่อครบระยะเวลาตามที่กรมธรรม์ฯ กำหนด ก็จะได้รับเงินต้นคืนพร้อมผลตอบแทนอีกส่วนหนึ่ง แต่ถ้าหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ในขณะที่กรมธรรม์ฯ มีผลบังคับ ก็ยังจะได้รับเงินสินไหมดทดแทน ตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ฯ ตั้งแต่แรก สมาคมจึงขอให้ผู้เอาประกันภัยตรวจสอบสถานะของกรมธรรม์ฯ ให้มีผลบังคับอยู่เสมอ และไม่หยุดหรือยกเลิกการชำระเบี้ยประกันชีวิตก่อนครบกำหนดสัญญาเพื่อประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ

 

          ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายข้อมูลเพื่อการพัฒนาธุรกิจ สมาคมประกันชีวิตไทย โทรศัพท์ 0-2679-8080 ต่อ 532 หรือ Download ข้อมูลสถิติได้จาก www.tlaa.org/2012/statistics.php

1. 01_2561_ข่าวเบี้ยประกันชีวิต ไตรมาส 1.doc
กลับ08 พฤษภาคม 2561